พฤหัส. ก.ย. 16th, 2021

ข่าวกีฬา สุเบญรัตน์ อินแสง : ผู้ก้าวข้ามคำดูถูกสู่สุดยอดนักขว้างจักรทีมชาติ

 

ข่าวกีฬา

เป็นเวลากว่า 15 ปีที่ ‘เบญ’ สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรหญิงได้สร้างผลงานไว้มากมายให้กับทัพนักกรีฑาทีมชาติไทย สถิติต่างๆ ที่เธอได้จารึกไว้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จได้เป็นอย่างดี เหรียญรางวัลที่แขวนไว้ภายในบ้านคือเกียรติยศที่เธอได้รับ

คำชื่นชม สรรเสริญและเสียงชัยโยโห่ร้องยังคงกึกก้องอย่างต่อเนื่อง เมื่อเบญสามารถคว้าตั๋วโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นได้สำเร็จนับเป็นโอกาสครั้งที่สองของเธอหลังจากที่เคยทำได้มาแล้วเมื่อ 5 ปีก่อนที่บราซิล

ทว่า กว่าที่เบญจะเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ เธอต้องเผชิญกับคำถากถาง คำพูดที่เสมือนใบมีดโกนกรีดลงกลางใจ คำหยามเหยียดที่อาจจะทำให้ใครบางคนล้มเลิกความฝัน แต่สำหรับหญิงจิตใจแกร่งอย่าง ‘เบญ’ เธอข้ามผ่านมาได้เพียงเพราะความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า “ฉันทำได้”

 

8

“คำกรนด่าในวันนั้น”

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับเบญ หนึ่งในนักกีฬาที่จะได้ไปแสดงฝีมือในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึงนี้ ในช่วงต้นของการสนทนาเสียงหัวล่อของคู่สายยังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะนั่นแสดงให้รู้ว่าความอารมณ์ดีของเธอส่งผลให้แนวความคิดเป็นบวกและมองทุกสิ่งอย่างเป็นเรื่องปกติวิสัย

“ก่อนหน้าที่จะหันมาเอาดีทางกีฬาขว้างจักร หนูเล่นวอลเลย์บอลมาก่อนเพราะดัวยรูปร่างที่ตัวใหญ่กว่าใครในรุ่นครูจึงจับมาเล่นกีฬาชนิดนี้”

เบญ เล่าย้อนไปเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กหญิงวัย 15 ปี แต่ด้วยความสูง 178 เซนติเมตรในเวลานั้น ถือว่าเป็นบุคคลที่รูปร่างสูงใหญ่จึงไม่แปลกที่เธอจะถูกจับยัดให้ลงแข่งวอลเลย์บอล

 

“เกณฑ์การคัดเลือกไม่ได้มีอะไรมากเลยแค่หนูตัวสูงผู้อำนวยการก็เลือกให้ไปเล่นเป็นตัวแทนของโรงเรียน แรก ๆ ก็สนุกแต่ดัวยความที่มันเป็นกีฬาประเภททีมที่ต้องเล่นด้วยกัน ความคิดเห็นมันก็เลยต่างกันไป ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวหนูเล่นวอลเลย์บอลได้ประมาณปีครึ่งก็หยุดเล่น ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะหนูไม่ถนัดกีฬาประเภททีมด้วยและส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่เข้าใจกันในทีมแล้วก็กับโค้ชในตอนนั้นด้วยรายละเอียดอาจจะไม่ชัดเจนแต่ก็พอจำได้บ้าง”

ภาพจำอาจจะลางเลือนแต่เสียงที่กระแทกโสตประสาทของเบญในวันนั้นยังคงกังวาลมาจนถึงปัจจุบัน เธอบอกว่าคำพูดจากโค้ชคือจุดแตกหักที่ต้องหันหลังให้กับกีฬาประเภททีม

“รายการสุดท้ายที่พวกหนูลงแข่งในนามของโรงเรียนเหมือนกับว่าเราทำเต็มที่สุด ๆ แล้วแต่กลับไม่เป็นที่พอใจของโค้ชก็เลยโดนด่าหาว่าเราเล่นไม่ดี หนูเลยรู้สึกว่าในเมื่อเราพยายามเต็มที่แล้วแต่ทำไมมาด่าหนูอยู่คนเดียว ทำไมจ้องแต่จะมาว่าเราอยู่คนเดียวทั้งที่ก็เล่นกันเป็นทีม หนูก็นอยด์ จะบอกว่าด้วยความที่เราตัวใหญ่การเคลื่อนไหวมันก็ต้องช้ากว่าคนอื่น ๆ ในทีม การรับลูกก็อาจจะทำได้ไม่ว่องไวเหมือนคนที่ผอมเพรียว มันก็เลยไม่ถูกใจโค้ชกลายเป็นว่าหนูต้องโดน่าโดนว่า จริง ๆ ควรจะให้กำลังใจกันดีกว่ามั้ย ตอนนั้นหนูเลยมองว่าขอออกจากทีมดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาถูกต่อว่าอีก”

ใครจะไปรู้ว่าการที่เบญถอนตัวเองออกมาจากทีมวอลเลย์บอลจะทำให้เธอได้เจอกับกีฬาที่นำไปสู่โอกาสที่ดีกว่ากับการได้ติดเยาวชนทีมชาติไปลุยยูธเอเชี่ยนเกมส์

“เลือกเดินบนทางที่ใช่”

เด็กหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าคือตัวแปรที่ทำให้ทีมวอลเลย์บอลของโรงเรียนต้องพ่ายแพ้ คำพูดที่บั่นทอนจิตใจเกือบจะทำให้เธอต้องกลายเป็นแพะรับบาป แต่ทว่า 2 ปีต่อมาโชคชะตาก็ทำให้เธอได้พบกับครูผู้ฝึกสอนกีฬาท่านหนึ่งที่พาให้เธอได้รู้จักกับกีฬาขว้างจักร

เบญบอกว่าเธอได้รู้จักกับครูผู้ฝึกสอนท่านหนึ่งที่ชี้ทางให้เธอได้พบกับกีฬาประเภทลู่ ทุ่มน้ำหนักคือกีฬาชนิดแรกที่เบญสัมผัสด้วยความที่สรีระสูงใหญ่กว่าใครในรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้ฝึกสอนจึงมองเห็นลู่ทางที่จะผลักดันให้เธอได้เดินในทางที่ถูกที่ควร

“ครูท่านสอนให้หนูเล่นทุ่มน้ำหนัก เราฝึกซ้อมกันมาจนได้โอกาสลงแข่งในกีฬาระดับอำเภอหนูดันทำผลงานได้ที่ 1 ก็เลยได้โควตาไปแข่งระดับจังหวัดแล้วก็ได้ไปแข่งต่อในระดับประเทศ ตอนนั้นมันเป็นการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ทีนี่ครูก็เลยบอกว่าให้หนูลงแข่งไปเลยสองประเภททั้งทุ่มน้ำหนักแล้วก็ขว้างจักร ซึ่งหนูไม่รู้เลยว่ามันคืออะไรเล่นยังไง แต่ด้วยความที่หนูเชื่อมั่นในตัวครูผู้สอนพร้อมกับต้องการพิสูจน์ให้รู้ว่าเราก็ทำสำเร็จได้ด้วยตัวเอง”

ขอบคุณข่าว : www.sanook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : ufabetkid.com

By admin